พระบาทเจ้าพระอินทกุมาร ออกพระสุวัณโกษา

ชื่อบุคคลในประวัติศาสตร์เมืองนคร (๒) อักขระวิธีตามต้นฉบับ

พระบาทเจ้าพระอินทกุมาร

ออกพระสุวัณโกษา

วัดหน้าพระลานใหญ่

พระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อในปี 2214 นำโดยพระบาทเจ้าพระอินทกุมาร คณะสงฆ์วัดหน้าพระลานใหญ่ ร่วมกับออกพระสุวัณโกษา และทายกทายิกา

เดิมประดิษฐานอยู่ในวัดหน้าพระลาน ต่อมาเจ้าคุณม่วงให้เชิญมาไว้ที่วิหารทับเกษตร

————-

พระพุทธรูปปางมารวิชัย สกุลช่างวัดหน้าพระลาน

เป็นพระสองถอด องค์พระสูง 145 ซม. หน้าตัก 109 ซม

ฐานสูง 55 ซม. กว้าง 120 ซม. มีจารึกที่หน้ากระดานบัวหงายระบุว่าสร้างในปี 2214 โดยคณะพุทธบริษัทไว้ในวัดหน้าพระลาน

ที่ฐานมีแผงกระทงฉลุประดับอยู่ด้วยซึ่งปัจจุบันพบทำอยู่เพียงองค์เดียว จากคุณลักษณะทั้งในเชิงรายละเอียด และโดยรวมผมคิดว่าพระพุทธรูปองค์นี้อาจถือเป็นหนึ่งในมาสเตอร์พีชที่ช่างท้องถิ่นนครศรีธรรมราชในสมัยอยุธยาสร้างสรรค์ขึ้น

พระพุทธรูปองค์นี้มีเค้าพระพักตร์นิ่ง เส้นสายมีลักษณะเฉพาะมาก ใกล้เคียงกับพระพุทธรูปอีกยืนอีก 2 องค์ที่ยังประดิษฐานอยู่ในวัดหน้าพระลาน และพระพุทธรูปปางมารวิชัยอีก 2 องค์ที่ประดิษฐานในวิหารทับเกษตรซึ่งไม่ปรากฎจารึกและไม่ทราบที่มา

พระพุทธรูปกลุ่มนี้มีพุทธศิลป์ที่ค่อนข้างแตกต่างจากพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในท้องถิ่นนครศรีธรรมราชสมัยอยุธยากลุ่มอื่น ๆ ทั้งกลวิธีการใช้เส้นที่เฉพาะ อารมณ์สงบนิ่ง แตกต่างจากงานกลุ่มอื่นที่ผลิตในยุคสมัยเดียวกันที่เส้นสายมีความคม พระเนตรโฉบเฉี่ยว พระพักตร์แสดงอารมณ์ดุดัน

ผมอยากจะเสนอว่านี่เป็นสกุลช่างเฉพาะที่เราน่าจะเรียกอย่างลำลองไปก่อนว่าสกุลช่างวัดหน้าพระลาน เพราะส่วนใหญ่พบว่าสร้างเพื่อประดิษฐานไว้ที่วัดนี้ และดูเหมือนว่าพระพุทธรูปในสกุลช่างนี้จะถูกสร้างออกมาไม่มากนัก เมื่อถึงยุคหนึ่งก็ไม่ปรากฏฝีมือช่างแบบนี้อีก

จารึกที่ฐานว่า – วรสุพมัศดุ มังคลาดิเรก พุทธศักราชได ๒๒๑๔ พระพรรณสา จุลศกได ๑๐๓๓ ปีกุญ ตรีนิศก เดือนสิบ ขึ้นสิบค่ำ วันพระหัสบดี พระบาทเจาพระอินทกุมารแลพระสงฆเจาทังอา –

– ร้ามแลออกพระสุวัณโกษา แลสำบรุษทั้งหลายไดอนุโมทนาปรดิศถา ณ พระพุทธรูปนีเปนขี้ผึ้ง ๔๔ ชัง เปนทอง ๔๕๐ ชัง ในอาทเป็นขี้ผึ้ง ๑๘ ชัง เปนทอง ๑๙๐ ชัง บริบูรณ อารามวัดหนาพลานใหญ่ เมื่อแตงแล้วบริบูรณวันพฤหัศบดี เดือนยี่ ขึ้น ๕ ค่ำ ชวดจัตวาตรีศก –

เจ้าคุณม่วง เมื่อยังเป็นพระเทพญาณเวที ให้ย้ายจากวัดหน้าพระลาน มาไว้ในวิหารทับเกษตร เมื่อท่านขึ้นเป็นเจ้าคณะจังหวัดนครฯ (อ้างจากบทความ ความรู้เรื่องเมืองนคร ฯ โดยขุนอาเทศคดี ใน สารนครศรีธรรมราช ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๒)