ในทศวรรษที่ ๒๔๑๐ ถึง ๒๔๓๐ ได้เกิดมูฟเมนต์ทางศิลปกรรมที่น่าสนใจขึ้นคือ การเขียนภาพพระจุฬามณีขนาดใหญ่เต็มหน้าบุดพระมาลัยต่อกันเป็นหลายหน้า ในระยะแรกทำเป็นพระเจดีย์ระฆังกลมบนฐานย่อมุม ตอนนี้พบอยู่ ๔ เล่ม ซึ่งอาจเขียนขึ้นโดยช่างคนเดียว หรือกลุ่มเดียวกันในเวลาที่ไล่เลี่ยกันมาก ๆ เพราะในยุคเดียวกันพระมาลัยอีกหลายเล่มก็ไม่ได้ปรากฏการณ์ขยายภาพพระจุฬามณีเช่นนี้
ต่อมาจึงพบว่าในพระมาลัยของวัดสวนป่าน มีการคลี่คลายลักษณะของพระเจดีย์จุฬามณีที่เขียนขึ้นโดยสืบทอดรูปแบบมาจากขนบจากภาคกลาง ไปเป็นการเอารูปแบบพระบรมธาตุเมืองนครมาใช้เป็นรูปพระจุฬามณีเจดีย์แทนเจดีย์ย่อมุม
เป็นไปได้ว่าอาจจะยังเหลือบุดพระมาลัยสกุลช่างนี้อยู่อีกที่ผมยังไม่ได้พบเห็นก็ได้ครับ
เนื้อความข้างล่างนี้ก๊อปจากเคยเขียนลงเพจศูนย์รับบิณฑบาตมารีโพสต์ใหม่ เป็นโชคดีจริง ๆ ที่ผู้ซื้อพระมาลัยของวัดใหญ่ชัยมงคลไปจากผู้โจรกรรมได้นำส่งกลับมาคืน เมืองนครจึงยังได้เหลือหลักฐานที่แสดงถึงพัฒนาการในทางศิลปกรรมที่สำคัญมากเอาไว้
—————————————
คัมภีร์พระมาลัยคู่แฝดแห่งเมืองนคร
ซ้าย – ของวัดใหญ่ชัยมงคล เมืองนครศรีธรรมราช (2418)
ขวา – ของวัดเทพนมเชือด ร่อนพิบูลย์ (ไม่ทราบ)
คัมภีร์พระมาลัยของวัดใหญ่ชัยมงคล เมืองนครศรีธรรมราช ถูกโจรกรรมไปจากศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช ได้รับคืนผ่านศูนย์รับบิณฑบาตคืนหนังสือบุดสมุดข่อยเมืองนครเมื่อ 25 กรกฏาคม 2563
ได้รับการตรวจสอบ และยืนยันเบื้องต้นว่าเป็นหนังสือบุดที่ถูกโจรกรรมไปจากศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช แล้วเมื่อวันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฏาคม 2563
รหัสอ้างอิงการตรวจพิสูจน์เลขที่ 42 – คัมภีร์พระมาลัย
พระมาลัยเล่มนี้สร้างขึ้นในปีกุนสัปตศก พุทธศักราช 2418 ตามข้อความในหน้าสุดท้ายของหน้าปลายเขียนไว้ว่า
“๚ ณ วันจันทร์ เดือน ๓ ขึ้น ๑๓ ค่ำ ปีกุนสัปตสก พุทธสกฺกราชลวงแล้วไฑ้โสงพันสิโรยสิบแปดปีจ้อโล้เมงสีกาสุตส้างหนังสือนีไว้ในพระสาสนาขอให้สำเรดเทีด”

