ท้าววิรุฬหก ธ รักษา
ท้าววิรูปักษ์ ธ รักษา
พระจตุคาม ธ รักษา
พระรามเทพ ธ รักษา
พระเสื้อเมือง ธ รักษา
เทพเทวดา ธ รักษา
พระอิศวรนารายณ์ผู้เป็นเจ้า ธ รักษา
————–
ท้ายโองการมหาท่หมื่น (พระมหาตะเหมิ่น) บทนี้มีความน่าสนใจอยากจะชวนดูกันคือ กล่าวถึงวิรุฬหก วิรูปักษ์ พระจตุคาม (ขัตตุคาม) พระรามเทพ ต่อเนื่องกัน ไม่ได้กล่าวถึงท้าวเวสสุวรรณ กับท้าวธตรฐ
ซึ่งจากไตรภูมิฉบับบ้านกระบี่น้อย ให้ข้อสังเกตกับเราเลา ๆ ว่าจักรวาลวิทยาของภาคใต้ ไม่ได้มีฐานคิดของโลกบาลทั้ง 4 อย่างที่นิยมใช้กันปัจจุบันนี้ แต่มีระบบที่ค่อนข้างหลากหลาย
ยุคหนึ่ง อย่างน้อยในจักรวาลทัศน์ของนครศรีธรรมราช น่าจะเคยวางให้พระขัตตุคาม (จตุคาม) และพระรามเทพ เป็น 2 ใน 4 โลกบาลรักษาแผ่นดิน ซึ่งครูบาอาจารย์หลาย ๆ ท่านเชื่อว่าเป็นการนำเอาระบบอารักษ์ทั้ง 4 ของลังกามาปรับใช้
ระบบที่นับรวมเอาพระขัตตุคาม พระรามเทพ เป็นพระโลกบาลใช้อยู่นานเท่าไหร่ไม่แน่ชัด แต่ก็คงถูกระบบโลกบาลตามคัมภีร์โลกศาสตร์อื่น ๆ ซึ่งเป็นที่นิยมกว่าค่อย ๆ กลืนเข้าไปจนพระขัตตุคาม พระรามเทพเปลี่ยนบทบาทไปเป็นเทพรักษาพระบรมธาตุ
แต่ในตำนานเมือง-พระบรมธาตุ ทั้งในแบบร้อยแก้ว และร้อยกรอง ไม่มีเรื่องใดเลยที่ปรากฏนามพระขัตตุคามพระรามเทพ มีเพียงประติมากรรมสองฝ่ายประตูเข้าสู่ลานประทักษิณซึ่งมีจารึกชื่อทั้งสอง ที่แสดงบทบาทของท่านทั้งสองในฐานะเทพรักษาพระบรมธาตุ
แต่ชื่อของท่านทั้งสองเป็นของแพร่หลายในวิชาไสยศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดิน และการรับทัพจับศึก (เพื่อปกป้องแผ่นดิน) ซึ่งก็มีผู้เสนอกันว่าการพบนามของพระขัตตุคามหรือจตุคาม และพระรามเทพในวิชาเหล่านั้นอาจเป็นเครื่องชี้ว่าเป็นวิชาที่มีต้นสายไปจากนครศรีธรรมราช ยังเป็นข้อเสนอที่ใช้ได้อยู่หรือไม่ทุกท่านลองพิจารณาดูครับ
ถึงในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์เอกสารโบราณในท้องถิ่นหลายฉบับที่กล่าวถึงโลกบาลจะปรากฏชื่อ ท้าวกุเวณุราช ท้าวกุเวณเทพราช และท้าวทศรถราช ท้าวทศรถเทพราช ซึ่งที่จริงก็คือ ท้าวเวสสุวรรณ กับท้าวธตรฐ นั่นเองแต่ถูกเรียกด้วยคำที่ต่างออกไป อาจสะท้อนรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ ชื่อเหล่านี้ปรากฏในไตรภูมิฉบับวัดควนมะพร้าว ไตรภูมิเสี่ยงทายดวงชะตาสำหรับทอดดวด และในคำพรรณนาชื่อของประติมากรรมในวิหารพระทรงม้าด้วย
