จารึกระฆังวัดท้าวโคตรเมืองนครศรีธรรมราช

ช่วงนี้มีรายงานการค้นพบ #ระฆังอยุธยาที่วัดเซิงหวาย น่าสนใจมาก ๆ ผมเลยจะขอเกาะกระแสเอา #ระฆังวัดท้าวโคตรสมัยปราสาททอง ที่เคยเขียนลงในเฟสเก่าเมื่อ 3 ปีแล้วมารีโพสต์ เผื่อมีใครสนใจระฆังอยุธยาอยู่จะได้เห็นรูปแบบเปรียบเทียบครับ
.
ดูระฆังวัดเซิงหวายที่เฟสคุณ สมภพ วัชรฤทธิ์
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02R4s741ry8uciJzPSg22eqhzrytuWWRRA8VefmYd1yWFaPJGRRrfxK4hkZQBZiH6Ml&id=100074994571074
.
——————————-
จารึกระฆังวัดท้าวโคตรเมืองนครศรีธรรมราช กับเรื่องวัดสบตะวันออก และหลักฐานพระราชพิธีลบศักราชสมัยพระเจ้าปราสาททอง (?)
——————————–
.
สืบเนื่องจากเมื่อ ๒ กรกฏาคมที่ผ่านมา (เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี 2562) คุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริ โพสต์เรื่องระฆังที่วัดท้าวโคตร มีจารึกระบุศักราชแต่ยังอ่านได้คลุมเครือ และดูเหมือนว่ายังไม่มีเรคคอร์ดดูน่าสนใจดี (คิดว่าสำนักศิลปากร ๑๒ อาจจะเคยเรคคอร์ดไว้บ้างแล้ว ?)
.
ผมซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเค้าหรอกครับ กลับมาบ้านแล้วมีเวลาลงมาเตร็ดเตร่ในเมืองนคร ๒ วัน ก็เลยอาราธนาคุณพระครูเหมเจติยาภิบาลเป็นธงไชยพามาขอชมระฆัง เนื่องจากมันมีจารึกตอนอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้อ่านอยู่ ผมก็หวังอยู่เล็ก ๆ ว่ามันจะระบุชื่อวัด โดยเฉพาะเมื่อพบที่วัดท้าวโคตร ผมก็หวังว่าจะเจอชื่อวัดสบเดิมในจารึก แล้วดันเจอด้วยแฮะ เพียงแต่ไม่ใช่วัดสบเดิม แต่เป็นวัดสบตะวันออก
.
ระฆังนี้ประวัติว่าเป็นของอยู่ในวัดท้าวโคตรมาแต่เดิม ระฆังสูง 86 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 58 เซนติเมตร มีสันฐานดังได้กระสวนระยะหยาบ ๆ มาในเสก็ตนี้ มีจารึกที่คอระฆัง แต่ไม่รอบคอ และเกิดรอยเปรอะของเนื้อโลหะอยู่สองจุดทำให้เนื้อความหายไปหลายคำ เท่าที่อ่านได้มีดังนี้
.
#คำอ่าน
.
พุทธสกกราชใด ๒๑๘๓* ปีมโรงเลิกวาฉลูตรีนิสก วันศุกร์แรม ๖ ค่ำเดือน ๔ เขาขีผึง ๓๐ ชังเปนทอง ๓๐๐ ชัง สมภารพระบาดหลวงพระ (สนิม) สงฆ ๒๐ พระองคชวยสางใวใน (สนิม) ณวัดสบต่ออก
.
พุทธศักราชได้ 2183 ปีมะโรง เลิกวาฉลูตรีนิศก วันศุกร์แรม 6 ค่ำเดือน 4 เข้าขี้ผึ้ง 30 ชั่ง เป็นทอง 300 ชั่ง สมภารพระบาดหลวงพระ (สนิม) สงฆ์ 20 พระองค์ ช่วยสร้างไว้ใน (สนิม) ณ วัดสบตะวันออก
.
*พ.ศ. 2183 นี้คำนวนปีนักษัตรดูพบว่า 2183 นั้นเป็น มะโรง(โทศก) ตรงกับจารึก แต่จารึกยังมีข้อความสืบไปอีกว่า “#เลิกวาฉลูตรีนิศก” จากที่ปรึกษาความเห็นหลาย ๆ ท่านสันนิษฐานว่า เลิกวาฉลูตรีนิศก นี้คือปีนักษัตรจากการลบศักราชของพระเจ้าปราสาททอง
.
กล่าวตามความเห็นของ ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร ที่พบว่าการลบศักราชพระเจ้าปราสาททองตามพระราชพงศาวดารนั้น #ไม่ได้เป็นการแก้ไขตัวเลขบอกศักราช #แต่เป็นการแก้ปีนักษัตรย้อนหลังกลับไปสามปี คือเมื่อประกอบพระราชพิธีลบศักราชในปีพศ. 2181 ตรงกับจุลศักราช 1000 เป็นปีขาลสัมฤทธิศก การลบศักราชได้ถอยปีนักษัตรในปีนั้นให้กลับไปเป็นปีกุน (เอกศก) และให้วันเถลิงศกหรือวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันจันทร์ขึ้น ๑ ค่ำเดือน ๕ เรื่องนี้ถูกบันทึกไว้ในฉันท์สรรเสริญพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าปราสาททองความว่า
.
ยังมีบรมวงศ์ สูรกระษัตริย์กระษัตรา
จักได้ประกอบทวา- ทศมาสราศี
โดยนัยบัญจก สัมเรทเสร็จธิศกปี
ขลาศกสำเร็จมี ก็จะสฤษดิเป็นกุน
จะตกจะแต่งมง- คลการยมากมุล
ขลาสฤษดิเป็นกุน แลจะขึ้นเป็นเอกศก
ตั้งปถมาเจตร โดยพยาเทศบัญจก
วันขึ้นเป็นเอกศก ดิถีวารจันทา
.
ดังนั้นหาก พ.ศ. 2181 ตรงกับจุลศักราช 1000 เป็นปีขาล (สัมฤทธิศก) ลบศักราชจะเป็นปีกุน (เอกศก)
พ.ศ. 2182 ตรงกับจุลศักราช 1001 เป็นปีเถาะ (เอกศก) ลบศักราชจะเป็นปีชวด (โทศก)
พ.ศ. 2183 ตรงกับจุลศักราช 1002 เป็นปีมะโรง (โทศก) ลบศักราชจะเป็นปีฉลู (ตรีนิศก)
.
อย่างไรก็ตามการลบศักราชนี้ไม่เป็นที่นิยมใช้ จารึกขอบระฆังวัดท้าวโคตร อาจเป็นหลักฐานใหม่ที่บันทึกการลบศักราชเอาไว้ ทั้งยังบอกปีนักษัตรอย่างเก่า ควบคู่ไปกับนักษัตรแบบลบศักราชไปพร้อมกันด้วย
.
———————————-
#วัดสบ_วัดสพ_วัดศรภ_นั้นสำคัญ
———————————-
.
ชาวเมืองนครศรีธรรมราชรุ่นเก่า ๆ จะรู้ว่าวัดท้าวโคตรปัจจุบันถูกรวมขึ้นจากหลาย ๆ วัดโดยรอบมาเป็นวัดเดียว คือ (๑)
.
๑.วัดประตูทอง
๒.วัดธาราวดี (วัดไฟไหม้)
๓.วัดวา
๔.วัดสบ หรือวัดสบเดิม
๕.วัดท้าวโคตร
.
ในบรรดาวัดที่เอามารวมกันนี้ #วัดสบ หรือวัดสบเดิมนั้น เป็นวัดที่มีความสำคัญ ถูกกล่าวถึงในเอกสารโบราณเมืองนครมากที่สุด อาทิ เป็นที่ปลงศพพระเจ้าศรีธรรมาโศก ฯลฯ เรื่องข้อเท็จจริงอาจจะวางไว้ก่อน แต่ให้หมายไว้ว่าเป็นชื่อฮิตฮอต
.
#พระท้าวโคตรวัดสบเดิม เป็นพระพุทธรูปที่มีชื่ออยู่ใน กระบวนที่เลณฑุบาทพระศรีรัตนมหาธาตุสมัยอยุธยาตอนปลาย #ตลาดวัดสบเดิม ก็ปรากฏอยู่ในกระบวนที่นี้ด้วยเหมือนกัน อาจจะเป็นตลาดที่เก่าที่สุดในเมืองนครที่ปรากฏบันทึก และยังคงมีตลาดอยู่ทุกวันนี้แต่ย้ายที่กระเถิบไปหน่อยนึง ก็ยังเรียกกันว่า หลาดวัดสบ (เดี๋ยวนี้รู้จักในชื่อตลาดวัดท้าวโคตร)
.
พระพุทธรูปขนาดใหญ่หน้าฐานเจดีย์วัดท้าวโคตร เรียกกันว่า #หลวงพ่อศรภเดิม (แสดงว่าเจดีย์วัดท้าวโคตรคือเจดีย์ประธานวัดสบเดิมรึเปล่า ?)
.
พระประธานในโบสถ์หลังเก่าวัดท้าวโคตรกล่าวว่าเคยมีจารึกบนแผ่นหินระบุนามว่า #พระศรีสัพพัญญุตญาณมุนี ซึ่งสะท้อนรอยประทับจาง ๆ เกี่ยวกับชื่อวัดสบค่อนข้างชัด แม้ว่าองคาพยพของวัดสบจะถูกเปลี่ยนให้อยู่ในฟอร์แมตของวัดท้าวโคตรแล้ว
.
———————————-
#วัดกระจุก_คนกระจาย
———————————-
.
เมืองนครนี้มันมีลักษณะอย่างที่พูดกันว่าสร้างวัดติด ๆ กัน บางทียังเป็นวัดซ้อนวัด
.
กรณีวัดพระบรมธาตุนครนี้ ในวัดก็ยังแบ่งตรงที่วิหารโพธิลังกาเป็นอีกวัดเรียก วัดพลับ ขณะที่เหนือขึ้นไปมีถนนแคบ ๆ คั่นคือวัดพระเดิม แล้วมีวัดมังคุดถัดขึ้นไปติดกัน
.
ตำนานพระเจ้าศรีธรรมาโศกสร้างวัดท่าช้างอารามหลวง ให้ข้อมูลที่แปลกประหลาดเข้าไปอีก โดยระบุว่าพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชร่วมกับโคตรคีรีเศรษฐีร่วมกันสร้างวัดท่าช้าง โดยให้วัดท่าช้างนั้นมีเจดีย์ฐานช้างล่อหัว (ช้างแบก) เป็นประธาน แล้วให้สร้างวัดเสมาทอง มีวิหารเจ็ดห้อง แต่ให้วัดเสมาทอง กับวัดท่าช้างนี้ อยู่ในกำแพง (อุปาจารย) เดียวกัน แล้วให้วัดเสมาทองอยู่ในการดูแลของอธิการวัดท่าช้าง ถ้าวัดทั้งสองยังอยู่ มองอย่างไม่รู้เข้าไปมันก็คือวิหารหลวง เจดีย์ประธานของวัดเดียวกันนี่นา แต่ในความจริงกลับแยกเจดีย์เป็นวัดหนึ่ง วิหารเป็นวัดหนึ่ง
.
ผมคิดว่าความอินุงตุงนังที่วัดสบนี้มีวัดติดกันมาก ๆ แบบนี้ ส่วนนึงอาจจะเกิดจากลักษณะวัดซ้อนวัดนี้ด้วย แต่ที่พยายามนึกมาทั้งหมดนี้ ก็ไม่มีเอกสารโบราณของเมืองนครเล่มไหนเลย ระบุว่ามีวัดชื่อ #วัดสบตะวันออก มีแต่สบ สบเดิม
.
แล้วแบบนี้เราจะต้องมีทั้งสบเดิม สบตะวันตก สบตะวันออกที่ถูกลืมไปแล้ว อย่างที่เรามีวังตะวันตก วังตะวันออก สวนหลวงตก สวนหลวงออก ?
.
จารึกนี้ทำให้รู้ว่ามีกิจกรรมเกิดขึ้นในวัดสบตะวันออกเมื่อ 2183 แต่วัดสบตะวันออกอยู่ตรงไหนแน่ ๆ ในอาณาบริเวณที่เป็นวัดท้าวโคตรปัจจุบัน เราจะบอกได้รึเปล่า แล้วมันวัดเดียวกับวัดสบเดิมด้วยรึเปล่า เท่าที่ผมฝังตัวอยู่เรายังไม่ไกล้ความจริงเรื่องนี้เท่าไหร่ครับ
.
ลิงค์เรื่องระฆังของคุณ วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
https://www.facebook.com/walailak.songsiri/posts/10156644946537986
.
http://wattaocoat.blogspot.com/2010/06/blog-post_12.html