จารึกกับพระพุทธรูปปริศนาจากวัดพัทธเสมา ลานสกาในพระบรมธาตุ

จารึกกับพระพุทธรูปปริศนาจากวัดพัทธเสมา ลานสกาในพระบรมธาตุ


ตอน 1

ที่ฐานโพธิลังกามีพระยืนพระนั่งสมัยอยุธยาประดิษฐานอยู่ราว 30 องค์ สูงตั้งแต่เมตรเศษ ไปถึงสามเมตรเศษ ไม่ใช่ของอยู่ในพระธาตุมาแต่เดิม แต่ถูกเชิญมาจากวัดต่าง ๆ ในและรอบเมืองนครในช่วงรัชกาลที่ 5 – 6

เดิมพระพุทธรูปเหล่านี้เชิญพิงไว้กับผนังวิหารเขียน พอช่วง ร.7 เริ่มย้ายมาไว้รอบโพธิลังกาอย่างที่เป็นอยู่จนเดี๋ยวนี้

เนื่องจากเวลามันนานเป็นร้อยปี ทะเบียนที่มาของพระเหล่านี้จึงไม่เหลือเลย ผู้เกี่ยวข้องหรือทันเหตุการณ์ก็ไม่เหลือเลย มีอยู่แค่สององค์คือพระบรมราชา กับพระลาววัดจันลานสกา ที่ยังมีความทรงจำว่าเชิญมาจากไหน ที่เหลือไม่มีใครรู้เลย เป็นพระพุทธรูปสกุลช่างนครชิ้นเอกทั้งนั้นถ้ารู้ที่มาคงขยายความเข้าใจเรื่องเมืองนครได้อีกมาก

เมื่อช่วงกลางปีผมได้รับอนุญาตให้ตรวจสอบคลังเครื่องพุทธบูชาพระบรมธาตุเพื่อจะปรับปรุงหนังสือมหัฆภัณฑ์วัณณาสำหรับพิมพ์ครั้งที่ 2 และวางแผนปรับปรุงการจัดแสดงเครื่องพุทธบูชาในวิหารเขียนที่น่าจะได้เริ่มอะไรในปีหน้า

ได้พบจารึกแผ่นนี้เก็บอยู่ในคลังเขียนว่า “พระพุทธรูปองค์นี้เชิญมาแต่วัดเสมาตำบลท่าดี ได้ประดิษฐานในวัดพระมหาธาตุ แต่ณวันที่ ๔ มีนาคม ร.ศ.๑๒๗”

ลักษณะเป็นจารึกบนหินชนวนบาง ๆ ทำไว้เพื่อแปะฝาผนังในตำแหน่งข้าง ๆ กับพระพุทธรูป ปัจจุบันยังเหลือจารึกแบบนี้อยู่แผ่นหนึ่งแปะอยู่ข้างพระห้ามสมุทรในโพธิลังกา

จารึกนี้ก็คงเคยแปะฝาผนังอยู่ข้าง ๆ พระพุทธรูปปริศนาที่เชิญมาจากวัดพัทธเสมา ซึ่งไม่รู้เป็นองค์ไหนในสามสิบกว่าองค์

ได้ถาม ยศไกร กาญชนะชัย ศีลบาลทานข้าพระกัลปนาวัดพัทธเสมาแล้ว แกว่าไปเที่ยวถามแล้วไม่มีใครจำได้ว่ามีพระพุทธรูปจากวัดพัทธเสมาไปพระธาตุ

วัดพัทธเสมามีพระลากอยุธยาองค์สำคัญที่ยังเชิญออกมาลากแบบโบราณ พระที่เชิญมาพระธาตุก็น่าจะเป็นพระสำริดอยุธยาที่งามมากไม่แพ้กัน แต่ก็ยังบอกยากอยู่ดีเพราะที่อยู่รอบฐานโพธิลังกาก็เป็นพระงามทั้งนั้นเลยครับ

ตอน 2

เมื่อสองปีที่แล้วได้โอกาสเข้าไปค้นคว้าในคลังเครื่องพุทธบูชาพระบรมธาตุ ที่รักษาเครื่องบูชาอีกหลายหมื่นชิ้นซึ่งไม่มีที่พอจัดแสดง ได้พบจารึกหินชนวนแผ่นหนึ่ง เป็นลักษณะจารึกสำหรับแปะผนัง จารึกแบบนี้ทำสำหรับแปะผนังวิหารโพธิลังกาซึ่งมีพระตั้งเรียงรายอยู่ เพื่ออธิบายว่าพระเหล่านี้คือพระอะไรมาจากไหน ปัจจุบันยังเหลือจารึกแบบนี้ติดอยู่แผ่นหนึ่งข้างพระห้ามสมุทร

.

จารึกนี้ทำไว้สำหรับติดข้างพระพุทธรูปองค์หนึ่ง ซึ่งเชิญมาจากวัด(พัทธ)เสมา ลานสกา เมื่อ 4 มีนาคม 2451 อีกไม่กี่วันก็จะครบ 116 ปีของการเชิญพระองค์นี้มา แต่ปัญหาคือเราไม่รู้ว่าพระองค์ที่เชิญมาคือองค์ไหน เพราะจารึกแยกมาเก็บอยู่ในคลังพระธาตุแล้ว แต่พระน่าจะยังอยู่ที่เดิม เพราะพระที่ประดิษฐานไว้ตีนพระมหาโพธิลังกานี้ตรึงไว้กับฐานปูนเคลื่อนย้ายไม่ได้

.

ได้สอบถามที่วัดพัทธเสมาแล้วไม่มีความทรงจำว่าพระองค์ไหนมายังพระธาตุ ไม่เหมือนกรณีวัดจันทร์ลานสกา ที่กรมการเมืองเชิญพระลาวลงมา และยังมีผู้กำหนดหมายได้ว่าองค์ไหนคือพระลาวที่เชิญมา อีกทั้งพระลาวนั้นก็ยังฝีมือช่างเดียวกับพระลากที่ยังอยู่ที่วัด

.

วันก่อนได้ไปวัดพัทธเสมาเห็นพระยืนห้ามพยาธิองค์หนึ่งอยู่ข้างพระลากสูง 90 ซม.เศษ ถามอดีตผู้ใหญ่บ้านแกว่าเป็นพระเก่าอยู่มาแต่แรก เห็นแล้วคุ้น ๆ ดูพระพักตร์คล้ายพระยืนปางถวายเนตรองค์หนึ่งสูง 100 ซม.ในโพธิลังกา ดูพระเนตร พระโอษฐ์ เข้าเค้า แต่ยังชี้ยากพระค่อนข้างถัว ๆ พระปางถวายเนตรนี้มีข้อพิเศษที่กนกปลายจีวรถ้าพระห้ามพยาธิที่วัดพัทธเสมามีกนกปลายจีวรเหมือนกันก็น่าจะเป็นช่างสกุลเดียวกัน ถ้าเป็นช่างสกุลเดียวกันก็เป็นไปได้ว่าเคยอยู่ที่เดียวกัน หมายเอาไว้ตรวจดู เพราะยังได้แต่เห็นพระไกล ๆ มีผ้านุ่งคลุมองค์อยู่

.

จนมาได้รับอนุญาตให้ตรวจสอบพระยืนห้ามพยาธิที่วัดพัทธเสมา เมื่อเปลื้องผ้านุ่งพระออก ได้เห็นจีวรกางออกมีกนกปลายจีวรอย่างเดียวกันกับพระถวายเนตรในโพธิลังกา ก็เลยทำให้สนิทใจว่าพระถวายเนตรในโพธิลังกานี้คือพระในจารึกว่าเชิญลงมาจากวัดพัทธเสมาลานสกาในปี 2451 จริง เพราะฝีมือช่างเดียวกันกับพระห้ามพยาธิ แล้วยังไม่ปรากฏฝีมืออย่างนี้ที่วัดอื่น

.

ที่เชื่อได้อีกอย่างหนึ่งคือดูเทียบกับกรณีของวัดจันทร์ลานสกา การเลือกเชิญพระลงมายังพระบรมธาตุนั้น หากวัดไม่ร้างยังมีผู้ดูแลรักษาดีอยู่ จะเลือกเชิญพระสำคัญอันดับรองของวัดลงมา หรือเลิกเชิญองค์ใดองค์หนึ่งที่มีคู่อยู่ องค์หนึ่งยังอยู่กับวัดอีกองค์เชิญลงมาไว้พระบรมธาตุ

.

ได้พบเรื่องนี้ทำให้คลายเรื่องที่ติดค้างมานานไปได้อีกเรื่องหนึ่ง